ข้อควรรู้.....เมื่อเลือกซื้อประตูบ้าน

514 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ข้อควรรู้.....เมื่อเลือกซื้อประตูบ้าน

    เมื่อถึงวันหนึ่งที่เราต้องมาเลือกซื้ประตูบ้านเอง ควรจะต้องมีความเข้าใจเรื่องใดบ้างเพื่อเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด วันนี้เรามีคำแนะนำมาบอกกันเพื่อให้เจ้าของบ้านได้เลือกนำไปใช้งานได้ถูกต้อง

1. วัตถุประสงค์การใช้งาน  เป็นเรื่องแรกเราต้องรู้ก่อนว่าประตูบานที่จะเลือกใช้นั้นต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง ตอนนี้หลายคนอาจจะยังนึกไม่ออก เราขอยกตัวอย่างอธิบายคร่าวๆให้เห็นภาพอย่างนี้นะคะ

 

ประตูหน้าบ้าน >> ต้องมีโครงสร้างที่แข็งแรง เพื่อความปลอดภัยของคนในบ้านและทรัพย์สิน ซึ่งควรออกแบบมาเพื่อรองรับการติดอุปกรณ์ล๊อคที่แน่นหนา รวมไปถึงหากเป็นบานประตูที่มีกระจกก็ควรเป็นกระจกนิรภัยที่ป้องการการโจรกรรมได้

ประตูห้องนอน >> ที่ต้องการความแข็งแรงระดับหนึ่งแต่ไม่ต้องถึงกับประตูหน้าบ้าน  ทว่าเน้นความลงตัวของการออกแบบบ้านโดยรวมของผู้ออกแบบให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน  เช่นมีโทนสีของเฟอร์นิเจอร์หรือผนังที่ออกแบบไว้อยู่แล้ว ต้องการประตูที่อยู่ในโทนเดียวกันก็สามารถเลือกได้ ซึ่งส่วนมากจะเป็นประตูลามิเนต หรือเมลามีน ที่มีโทนสีให้เลือกหลากหลาย

ประตูห้องน้ำ >> เน้นการใช้งานที่ทนน้ำได้ ไม่ผุกร่อน ส่วนมากจะเป็นวัสดุสังเคราะห์กลุ่มวัสดุพวกที่มีพลาสติกเป็นส่วนผสม  เช่น PVC , UPVC หรือ WPC 



2. ตำแหน่งที่ใช้งาน และสภาพแวดล้อม ณ จุดนั้น  ประตูหน้าบาน เป็นตำแหน่งที่เจ้าของบ้านให้ความสำคัญมากที่สุด เพราะเป็นจุดแรกที่แขกจะพบเห็น มักจะเป็นบานประตูที่มีขนาดใหญ่ สวยงาม และหรูหรา ในขณะเดียวกันก็ต้องให้ความแข็งแรง คงทนต่อสภาพอากาศที่เกิดขึ้นนอกบ้านด้วย เช่น ทนต่อความชื้นหรือละอองน้ำ ทนต่อความร้อนหรือแสงแดดที่สาดส่องมารอบๆบ้าน เรียกได้ว่าประตูหน้าบ้านมีความสำคัญอย่างมากจึงมักมีราคาสูง  

ประตูหลังบ้าน >> มักจะเป็นบานห้องครัวที่เปิดออกสู่หลังบบ้าน  อาจจะต้องเจอสภาวะแวดล้อมที่คล้ายประตูหน้าบ้านแต่ขนาดประตูอาจจะไม่ต้องใหญ่มากสามารถใช้เป็นขนาดมาตรฐานปกติได้ และเรื่องความสวยงามอาจะไม่ต้องหรูหราเท่ากับประตูหน้าบ้านก็ได้  ข้อแนะนำสำหรับทั้ง ประตูหน้าบ้านและประตูหลังบ้านคือ ควรมีกันสาดหรือระเบียงที่ยื่นออกมาจากตัวบ้านอย่างน้อย 1.5-2 เมตร เพื่อยืดอายุการใช้งานของประตูให้ยาวนานมากขึ้น

ส่วนประตูภายในบ้าน >> จะเน้นที่ความสวยงามมากกว่า แบ่งตามการใช้งานเป็น พื้นที่แห้ง เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น และพื้นที่เปียก เช่น ห้องน้ำห้องครัว

3. ขนาดประตู  โดยปกติแล้วประตูขนาดมาตรฐานที่นิยมใช้กันมากคือ กว้าง 80 cm. สูง 200 cm. หรือที่เราเรียกกันทั่วไปว่า 80x200 cm.  จะใช้สำหรับเป็นบานภายในบ้านตามห้องต่างๆ เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น 
ขนาด 70x200 cm. จะนิยมใช้เป็นบานประตูห้องน้ำ และขนาด 90x200 cm จะนิยมใช้เป็นบานหน้าบ้าน เพื่อให้ดูใหญ่โต หรูหรามากขึ้น

 

4. ข้อจำกัด  เมื่อประตูแต่ละบานทำหน้าที่ต่างกัน วัสดุที่ใช้ก็ต่างกันไปด้วย เพราะฉะนั้นมีข้อจำกัดที่เราควรรู้ เช่น

  • บานภายในที่ใช้สำหรับพื้นที่แห้งนั้นไม่ควรนำมาท้ำเป็นบานประตูห้องน้ำ  ต่อให้ห้องน้ำคุณเป็นแบบแยกโซนแห้ง โซนเปียก มีระยะน้ำสาดกระเด็นไม่ถึงประตู แต่ยังมีเรื่องความชื้น (จากเครื่องทำน้ำอุ่น) ที่อาจส่งผลต่อวัสดุของประตูได้
  • ประตูไม้จริงทำสี มีโอกาสที่สีจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลาเนื่องจากเนื้อไม้เดิม
  • ประตูเมลามีน หรือ ประตูลามิเนต ไม่ทนต่อแดดละอาจมีผลต่อสีที่อาจจะซีดเร็วกว่าปกติ โดยเฉพาะสีเข้ม ถ้าต้องติดตั้งบริเวณภายในบ้านที่แดดส่องถึง ควรมีม่านบังแดด เพื่อปกป้องบานประตูและเฟอร์นิเจอร์จากความร้อน

 

 

จะเห็นว่าการเลือกประตูบ้านสักบานค่อยข้างมีรายละเอียดสำคัญหลายอย่างที่ต้องคำนึงถึง นี่ยังไม่รวมถึงรูปแบบดีไซน์ต่างๆที่มีข้อจำกัดด้านวัสดุอีก อย่างไรก็ตามเรายังมีคำแนะนำการเลือกใช้ประตูอีกมากมาย ติดตามกันได้ที่นี่นะคะ

 


Credit
https://modern-doors.ca/portfolio-posts/front-entrance-door-modern-door-entry-front-door-modern-fiberglass-door-frosted-side-lites-installed-aurora/
https://www.pellabranch.com/blog/global-blogs/average-size-entry-door/
http://vintagerevivals.com/2017/02/600-delta-faucet-giveaway-touring-2017-hgtv-dream-hom